ฉันควรยื่นภาษีเงินได้หรือไม่?

พิจารณาการยื่นภาษีเงินได้



สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเพียร์ พาวเวอร์
กรณีฐานภาษีที่นักลงทุนเสียอยู่ ณ ปัจจุบันสูงกว่าหรือเกิน 15% ไปแล้ว นักลงทุนไม่จำเป็นต้องนำไปคำนวณรวมกับรายการรายได้ เนื่องจากดอกเบี้ยที่ได้รับถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หรือที่เรียกว่า Final Tax ไปเรียบร้อยแล้ว(ภงด.2) ดังนั้นนักลงทุนไม่ต้องนำรายได้มาคิดใหม่


ในทางตรงกันข้าม หากฐานภาษีของนักลงทุนไม่ถึง 15% ควรนำกลับมารวมกับรายได้ เนื่องจากนักลงทุนถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้ว ซึ่งเปอร์เซ็นต์ภาษีมันมากกว่าที่นักลงทุนควรจะจ่ายตามปกติ และนักลงทุนสามารถขอเคลมเงินภาษีที่จ่ายเกินคืนกลับมา

----------------

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดเป็นอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้

เงินได้สุทธิ อัตราภาษี
1 - 150,000 บาท ได้รับการยกเว้น
150,000 - 300,000 บาท 5%
300,001 - 500,000 บาท 10%
500,001 - 750,000 บาท 15%
750,001 - 1,000,000 บาท 20%
1,000,001 - 2,000,000 บาท 25%
2,000,001 - 5,000,000 บาท 30%
5,000,000 บาทขึ้นไป 35%

----------------

การยื่นภาษีเงินได้

สำหรับกรณีผู้ได้รับเงินได้เป็นผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แบบบุคคลธรรมดา ซึ่งได้รับรายได้ 'ตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งรัษฏากรเฉพาะ ได้แก่ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ฯลฯ'
ในกรณีที่นักลงทุนต้องการกรอกภาษีออนไลน์ หลังจากที่คลิกเลือก 'รายได้จากการลงทุน' บนหน้ายื่นแบบภาษีออนไลน์

  • -เลือก 'ดอกเบี้ย เงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศ ประโยชน์ใดๆ จากคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เงินเพิ่มทุน เงินลดทุน (มาตรา 40(4))'
  • ในส่วนของประเภท 'ประเภทธุรกิจ' ให้นักลงทุนเลือก 'ดอกเบี้ย (เฉพาะที่ไม่เลือกภาษีในอัตราร้อยละ 15.0) / เงินเทียบเท่าเงินปันผลจาก THAI NVDR'


หมายเหตุ*
ผู้ออกหุ้นกู้(Issuer) เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย, เพียร์ พาวเวอร์จะทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารให้กับทั้งสองฝั่ง (ผู้ออกหุ้นกู้-นักลงทุน) สำหรับยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ดูวิธีดาวน์โหลดเอกสารทางการเงิน